MBTI คืออะไร
E กับ I ต่างกันอย่างไร
E กับ I คือแกนแรกของ MBTI ตอบคำถามว่าคุณเติมพลังจากที่ไหน ไม่ได้ตอบว่าคุณพูดเก่งหรือขี้อาย ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในบรรดาสี่แกน
E กับ I ต่างกันที่แหล่งพลังงาน
Extraversion (E) หมายถึงคนที่ได้พลังกลับคืนมาจากการอยู่กับผู้คนและสิ่งเร้าภายนอก หลังงานเลี้ยงเขาจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากว่าตอนก่อนไป
Introversion (I) หมายถึงคนที่ได้พลังกลับคืนจากเวลาส่วนตัวและความเงียบ เขาสนุกกับงานเลี้ยงได้เหมือนกัน แต่หลังจากนั้นต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อชาร์จกลับ
ความต่างจึงอยู่ที่ว่าอะไรทำให้พลังลดและอะไรทำให้พลังเพิ่ม ไม่ใช่ว่าใครเข้าสังคมเก่งกว่ากัน
สังเกตตัวเองยังไงว่าเป็น E หรือ I
ลองนึกถึงวันหยุดที่เหนื่อยล้าที่สุดในรอบเดือน แล้วถามว่าคุณอยากทำอะไรเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น
- อยากนัดเพื่อนไปกินข้าว ไปเดินห้าง หรือหาที่ที่มีคน แปลว่าโน้มไปทาง E
- อยากอยู่บ้านเงียบ ๆ ดูหนัง อ่านหนังสือ ไม่อยากตอบข้อความ แปลว่าโน้มไปทาง I
- ในที่ประชุม คุณคิดไปพูดไปแล้วไอเดียชัดขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่าโน้มไปทาง E
- ในที่ประชุม คุณอยากขอเวลาคิดก่อนแล้วค่อยพูดตอนเรียบเรียงเสร็จ แปลว่าโน้มไปทาง I
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อย
คนมักคิดว่า I แปลว่าขี้อายหรือไม่ชอบคน ซึ่งไม่จริง คนสาย I จำนวนมากพูดเก่ง เป็นวิทยากร หรือทำงานบริการได้ดี เพียงแต่ต้องการเวลาฟื้นพลังหลังจากนั้น
ในทางกลับกัน คนสาย E ก็ไม่ได้แปลว่าพูดไม่หยุดหรืออยู่คนเดียวไม่ได้ เขาแค่ไม่ได้ใช้ความเงียบเป็นวิธีฟื้นพลังหลัก
อีกเรื่องคือคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่สุดขั้วใดขั้วหนึ่ง หลายคนอยู่ตรงกลางและเลื่อนไปมาตามช่วงชีวิต
ใช้ความต่างนี้ทำงานร่วมกัน
ทีมที่มีทั้ง E และ I ทำงานได้ดีถ้าจัดจังหวะให้ถูก ส่งวาระประชุมล่วงหน้าช่วยให้คนสาย I เตรียมตัวมาพูดได้ ส่วนการเปิดช่วงระดมสมองด้วยการพูดออกมาช่วยให้คนสาย E ได้ทำงานในแบบที่ถนัด
หัวหน้าที่รู้เรื่องนี้จะไม่ตีความความเงียบของคนสาย I ว่าไม่มีความเห็น และไม่ตีความความช่างพูดของคนสาย E ว่าคิดไม่รอบคอบ
คำถามที่พบบ่อย
E กับ I ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่แหล่งพลังงาน E เติมพลังจากผู้คนและสิ่งเร้าภายนอก ส่วน I เติมพลังจากเวลาส่วนตัวและความเงียบ
I แปลว่าขี้อายใช่ไหม
ไม่ใช่ ความขี้อายคือความกลัวการถูกตัดสิน ส่วน I คือวิธีฟื้นพลัง คนสาย I จำนวนมากพูดต่อหน้าคนได้ดีมาก
เป็นได้ทั้ง E และ I ไหม
ได้ คนจำนวนมากอยู่ตรงกลางและปรับตามสถานการณ์ บางครั้งเรียกว่า ambivert ซึ่งสะท้อนว่าลักษณะนี้กระจายต่อเนื่องมากกว่าจะแยกขาดสองกลุ่ม
ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบุคลิกไหน
ทำแบบทดสอบ MIND QUEST 44 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ได้ผลพร้อมคำอธิบายทันที
เริ่มทำแบบทดสอบ