MBTI คืออะไร
MBTI เชื่อถือได้แค่ไหน
ในแวดวงจิตวิทยาเชิงวิชาการ MBTI ถูกวิจารณ์มานานในสองประเด็นหลักคือความเสถียรของผลและการแบ่งคนเป็นสองขั้วทั้งที่ลักษณะนิสัยกระจายต่อเนื่อง หน้านี้สรุปข้อวิจารณ์ตรง ๆ พร้อมบอกว่าใช้ตรงไหนได้และไม่ควรใช้ตรงไหน
ข้อวิจารณ์หลักสามข้อ
- ความเสถียรเมื่อทำซ้ำ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าคนจำนวนไม่น้อยได้รหัสเปลี่ยนเมื่อทำใหม่ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งเป็นปัญหาถ้าจะใช้เป็นคุณสมบัติที่ถือว่าคงที่
- การแบ่งสองขั้ว ข้อมูลคะแนนของคนส่วนใหญ่กระจายเป็นเนินตรงกลาง ไม่ได้แยกเป็นสองกลุ่มชัดเจน การขีดเส้นตรงกลางจึงทำให้คนที่คล้ายกันมากถูกจัดคนละกลุ่ม
- ความสามารถในการทำนาย เมื่อเทียบกับโมเดล Big Five ซึ่งเป็นมาตรฐานในงานวิจัย MBTI ทำนายผลลัพธ์อย่างผลการทำงานได้อ่อนกว่า
แล้วทำไมยังนิยมกันทั่วโลก
เพราะมันสื่อสารง่ายและไม่ทำร้ายใคร ระบบที่ไม่มีคำว่าดีหรือแย่ทำให้คนกล้าคุยเรื่องความแตกต่างของตัวเองโดยไม่รู้สึกถูกตัดสิน ซึ่งเป็นคุณค่าที่แบบวัดเชิงวิชาการหลายตัวให้ไม่ได้
ในทางปฏิบัติ ทีมที่คุยกันด้วยภาษา MBTI มักเข้าใจกันเร็วขึ้นจริง แม้ตัวเครื่องมือจะไม่ผ่านมาตรฐานงานวิจัยก็ตาม ประโยชน์ตรงนี้อยู่ที่บทสนทนาที่มันเปิด ไม่ใช่ความแม่นของรหัส
ใช้ตรงไหนได้ และไม่ควรใช้ตรงไหน
เส้นแบ่งง่าย ๆ คือใช้ได้เมื่อผลของมันไม่ไปตัดสินชีวิตใคร
- ใช้ได้ เป็นจุดเริ่มบทสนทนาเรื่องความต่างในทีม เป็นเครื่องมือสะท้อนตัวเอง เป็นคอนเทนต์ที่ชวนให้คนสนใจเรื่องบุคลิกภาพ
- ไม่ควรใช้ คัดคนเข้าทำงาน ตัดสินว่าใครเหมาะกับตำแหน่งไหน ประเมินผลงาน หรือใช้แทนการวินิจฉัยทางจิตวิทยา
ถ้าอยากได้เครื่องมือที่งานวิจัยรองรับกว่านี้
โมเดลที่นักจิตวิทยาใช้ในงานวิจัยคือ Big Five ซึ่งวัดห้ามิติเป็นคะแนนต่อเนื่องแทนการจัดกลุ่ม ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการขีดเส้นตรงกลาง
ข้อแลกเปลี่ยนคือผลของ Big Five อ่านสนุกน้อยกว่าและไม่มีชื่อบุคลิกให้จดจำ จึงไม่แพร่หลายในวงกว้างเท่า อ่านเปรียบเทียบสองระบบได้ที่หน้า MBTI ต่างจาก Big Five อย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
MBTI เชื่อถือได้ไหมในทางวิทยาศาสตร์
มีข้อวิจารณ์ชัดเจนเรื่องความเสถียรของผลและการแบ่งคนเป็นสองขั้ว นักจิตวิทยาสายวัดผลจึงนิยมใช้ Big Five ในงานวิจัยมากกว่า
บริษัทใช้ MBTI คัดคนได้ไหม
ไม่ควร ผู้พัฒนาเองก็ระบุว่าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการคัดเลือกบุคลากร และการใช้ในลักษณะนั้นเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติ
ถ้าไม่แม่นแล้วทำไปทำไม
เพราะประโยชน์ของมันอยู่ที่การเปิดบทสนทนาเรื่องความแตกต่าง ไม่ใช่ความแม่นของรหัส ใช้เป็นจุดตั้งต้นให้คนสังเกตตัวเองได้ดี
ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบุคลิกไหน
ทำแบบทดสอบ MIND QUEST 44 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ได้ผลพร้อมคำอธิบายทันที
เริ่มทำแบบทดสอบ